[SF]...WEEN...[HYUNEW]
posted on 30 Nov 2009 19:09 by chaanth-blog in My-Short-Fiction
ลงที่บอร์ดใหญ่กะในฮันนี่ฮูนแล้ว แต่อยากลงอีก
เพราะเราสวย XD
Title : WEEN
Couple : Jonghyun x Jinki
Author : Jeehunz , CHAANTH
Genre : Love
Rate : PG-13
A/N : b cuz of today’s performance
Today’s Perfomance
บางอารมณ์ คนเรา.... ก็ต้องมีโกรธ มีโมโหเป็นเรื่องธรรมชาติ
บางอารมณ์ คนรักกัน... ก็ต้องมีทะเลาะกันไม่เข้าใจกันเป็นเรื่องธรรมชาติ
"จินกิอย่าพาลได้มั๊ย?!!!"
ผม
เรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงดัง สองมือจับแน่นที่บ่าเล็ก
ไม่สนใจสายตาคนอื่นๆในห้องคอสตูมตอนนี้
เพราะส่วนใหญ่ก็เป็นคนที่รู้จักกันทั้งนั้น
แต่อีกฝ่ายที่ผมกำลังพยายามพูดด้วยกลับทำหน้ามึนตึง
หันไปทางอื่นทำเป็นไม่สนใจผม และที่สำคัญ
จินกิพยายามสะบัดตัวออกและไม่ฟังอะไรทั้งนั้น
"ชั้นพาลยังไง! ชั้นก็เป็นแบบนี้ของชั้นอยู่แล้วนี่!!"
ผม
ก็ไม่เข้าใจจงฮยอนเหมือนกัน เขาโกรธ ผมก็โกรธ
แล้วมันใช่เรื่องที่ไหนที่จะต้องมาบีบไหล่ผมแน่นขนาดนี้
ผมพยายามสะบัดตัวออกจากวงแขนนั้นแล้วเสมองไปทางอื่นแทน
ดวงตาของเขาเหมือนมีเปลวไฟลุกโชน
ถึงจะไม่ได้สบตากันโดยตรงผมก็รับรู้ได้อยู่แล้ว
ตอนนี้อารมณ์ของเราสองคนเป็นเช่นไร
ข้อมือของผมถูกบีบด้วยมือของตัวเองจนแน่น น้ำตาเริ่มกลิ้งผ่านแก้มใสไปช้าๆ
หลังจากนั้น ผมก็ได้ยินกำปั้นหนักๆของเขาทุบที่กำแพง
...ผมสะดุ้งตัวออกทันที
“จินกิ!!..อย่าทำตัวเหมือนเด็กๆได้มั๊ย?!”
ผม
ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป
อีจินกิกลายเป็นคนที่ไม่ฟังอะไรแถมยังดื้อดึงกับผมขนาดหนัก
หยดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มนั่นทำให้ผมเจ็บแปลบที่หัวใจ
ทั้งที่เรื่องมันไม่ควรจะเป็นแบบนี้เลย เราไม่ควรจะอารมณ์เสียใส่กัน
แต่จินกิก็กลับยิ่งเติมเชื้อไฟให้มันลุกโชน
ผมยื่นมือไปจับข้อมืออีกฝ่ายไว้อีกรอบ
หวังจะพาไปเคลียร์กันให้รู้เรื่องข้างนอก แต่จินกิก็สะบัดอีก
และพอดีกับที่ทีมงานเดินมาเรียกให้พร้อมสำหรับการขึ้นไลฟ์
"ชายนี่ แสตนบายได้แล้วค่ะ" เสียงสต๊าฟสาวคนนั้นเอ่ยบอก เธอยิ้มก่อนเดินหายไปทำหน้าที่ของเธอต่อ
"
ครับ..." ไม่ใช่เสียงทุ้มที่ไหนตอบกลับ
เป็นเสียงราบเรียบของเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าเรียบเฉยยากจะเข้าใจ
มินโฮขานรับแล้วทิ้งกองนิตยสารลงกับโต๊ะ
ลุกขึ้นจากโซฟาตัวยาวก่อนจะจัดชุดให้เรียบร้อย
แต่ในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังจะเดินออกไป ข้อมือบางก็รีบดึงแขนเขาไว้ก่อน
"
ไปด้วยกันนะ" ผมยิ้มให้ มินโฮยังคงแปลกใจอยู่ดี แต่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร
เขาเดินนำต่อตามด้วยผมที่เดินตามเขา
แต่ก่อนจะไปก็ไม่ลืมที่จะหันไปมองหน้าจงฮยอนด้วยสายตาเคืองโกรธ
ผมไม่รู้หรอกว่าในหัวตอนนั้นมันโหวงแปลกๆขนาดไหน
เพราะผมดูไม่มีสมาธิเอาเสียเลย ผมคิดในขณะที่เพลงกำลังเริ่ม
ผมทำในขณะที่แขนกับขาไม่เหมือนเมมเบอร์คนอื่นๆ
มันดูประหม่าชอบกลแต่ผมก็ยังดันทุรังเต้นต่อจนได้
แต่ยอมรับเลยก็ได้ว่าผมก็แอบมองเขาอยู่เหมือนกัน...
แต่พอเขาหันมาสบ
ตาบ้างก็รีบหลบทำเหมือนว่าไม่สนใจ
ในขณะนั้นแหละที่ผมเสียหลักเต้นผิดอยู่บ่อยๆ...ให้ตายสิ
ผมกำลังทำให้เมมเบอร์ที่มีน้อยอยู่แล้วเพราะขาดแทมินไปคนนึงแย่ลงเรื่อยๆ
ผมพยายามตั้งสติใหม่
ผมพยายามรวบรวมสมาธิแต่ภาพที่เราสองคนทะเลาะกันเมื่อครู่มันยังคงติดตรา
ผมไม่ชอบเลย...ไม่ชอบเวลาเราทั้งคู่ขึ้นเสียงใส่กัน...ไม่ชอบเลยที่ต้องมานั่งทะเลาะกัน...แล้วก็จบด้วยน้ำตา
คง
ไม่ใช่แค่จินกิคนเดียวหรอกที่ไม่มีสมาธิสำหรับไลฟ์วันนี้
ผมเองก็คงไม่ต่างกัน ผมหงุดหงิด โมโห และรู้สึกปั่นป่วน
ยิ่งเห็นตอนที่อีกฝ่ายเดินเข้าไปจูงมือมินโฮขึ้นมาบนเวทีด้วยกัน
ผมก็ยิ่งโกรธ
ทั้งที่จินกิเองก็รู้ว่าการทะเลาะกันครั้งนี้ของเราเกิดขึ้นเพราะอะไร
แต่กลับดันทุรังทำประชดผมให้ได้เป็นเรื่องใหญ่ขึ้นไปอีก
ความหงุด
หงิดทำให้ผมพลาด
เสียงร้องที่โยนขึ้นผิดโทนนั้นเป็นจุดสังเกตที่ง่ายดายที่สุด
และในจังหวะที่คีย์หันมาด้านหลัง
ฝ่ามือเรียวก็ตบเบาๆที่บ่าเป็นเชิงให้ผมใจเย็นกับเรื่องทั้งหมด
ผม
แอบถอนหายใจในท่อนที่ไม่ต้องร้องออกไป มันอึดอัด
เหมือนกับมีภูเขาทั้งลูกกดทับลงมาบนหน้าอก
หน้าตาของผมตอนนี้คงไม่ต้องเดาว่ามันบูดบึ้งขนาดไหน
เป็นที่ผิดสังเกตแน่นอนเพราะปกติแล้วผมจะยิ้มไปกับการแสดงบนเวที
จินกิเองก็เหมือนกัน เรื่องงี่เง่าแบบนี้มันทำให้ทุกอย่างพังไม่เป็นท่า
ตกลง
แววตาที่ผมมองไปหาเขามันได้เข้าไปอยู่ในนั้นรึเปล่า... ผมกำลังมองอยู่นะ!
เรากำลังทะเลาะกัน! แต่เขากลับที่จะหาที่พึ่งคือคีย์งั้นเหรอ?
คีย์แตะไหล่จงฮยอนน้อยๆและนั้นมันก็ได้รับการตอบรับจากจงฮยอนอยู่ดี...ด้วย
การกระทำที่เบาลงของอีกฝ่าย แค่คีย์ทำแค่นี้เขาก็เผลอไผลแล้วหรือไง
ช่วงนี้จะสนิทกันบ่อยไปรึเปล่าคิมจงฮยอน...
...ชั้นกำลังมองนายอยู่
นะ... มันอาจจะเป็นเรื่องงี่เง่าที่หึงหวงกันเองภายในวง
แต่ผมก็ทนไม่ได้หรอกนะ มันไม่ใช่อาการของเพื่อนนี่
ถึงจะสนิทกันมากแค่ไหนก็เถอะ แต่ผมก็คือผม เป็นคนรักไม่ใช่รึไง
ผม
ตัดสินใจลงเสียงแรงๆในท่อนร้องของผมบ้าง ผมเต้นในจังหวะที่ผิดแผกไป
นั่นก็คือแรงและเหวี่ยงอารมณ์ในท่านั้นๆด้วย ผมไม่พอใจ เพราะเขา
เขากำลังทำให้ผมโมโห จงฮยอนก็เป็นอย่างนี้ตลอด ไม่เคยเข้าใจผมสักนิดเดียว
กว่า
จะจบเพลงได้ ผมก็เกือบเผลอใส่อารมณ์โกรธลงไปทั้งหมดแล้ว
พอดนตรีหยุดลงผมถึงได้รีบเดินลงจากเวทีทั้งอย่างนั้น ไม่หันไปมองจินกิ
เพราะอีกฝ่ายเหวี่ยงจนแทบได้เรื่องแล้วบนนั้น และที่สำคัญ พอเพลงจบ
ก็เป็นมินโฮที่จินกิเดินเข้าไปหา
ผมเดินดุ่มๆไปที่รถด้วยความเร็วหลังจากที่ทุกอย่างเสร็จสิ้นลง
เปิดประตูรถตู้คนเดิมแล้วแทรกตัวไปนั่งที่ในสุด
ปกติผมกับจินกิจะนั่งด้วยกัน
แต่วันนี้คงไม่ใช่แบบนั้น
ขืนยังอยู่ใกล้กันเรื่องมันจะคงบานปลายไปกว่านี้
เราคงทะเลาะและเหวี่ยงใส่กันไม่หยุด
สุดท้ายคงจบลงที่จินกิร้องไห้อีกตามเคย รอให้อารมณ์เย็นลงคงจะดีกว่านี้
และ
ก็เป็นอย่างที่คิดไว้ พอคนที่เหลือตามมาถึงรถ
จินกิก็เลือกที่จะนั่งด้านหน้าโดยไม่ลืมที่จะดึงมินโฮให้ไปนั่งด้วย
สุดท้ายคีย์เลยต้องเดินมานั่งข้างๆผม เจ้าตัวดูมีท่าทีอึดอัดพอๆกับมินโฮ
ที่ถูกดึงมาเอี่ยวในเรื่องของเราสองคน
ผม
ดึงมินโฮเข้ามานั่งข้างๆทันทีที่อยู่ในรถ...แน่นอน
ตราบใดที่เรายังเป็นแบบนี้ขืนอยู่ด้วยกันก็มีแต่แย่กับแย่
แต่ถ้าจะให้ยอมรับ...ผมก็รู้สึกเหงาเหมือนกัน
ทั้งที่ปกติทุกวันในสายตาของเราจะมีกันและกันเสมอ
แต่ค่ำคืนนี้คงไม่ใช่หรือพรุ่งนี้อาจจะไม่ใช่อีก...แล้วถ้าวันต่อๆไปไม่มี
กันจะทำยังไงล่ะ?
"จินกิ..." มินโฮเรียก นั่นทำให้ผมสะดุ้งตื่นจากภวังค์ฝันที่แสนเหม่อลอยของตัวเอง "อะไรเหรอ?" ผมถามเขากลับ
"คิดว่าทำแบบนี้แล้ว...จะดีขึ้นจริงๆน่ะเหรอ?" เขาถามเสียงทุ้มหนักๆ กระซิบเบาๆข้างหูและแน่นอนว่าไม่มีใครได้ยินนอกจากตัวผมเอง
"when you look me in the eyes นานแล้วนะ แต่เพลงนี้เพราะดี..." ผมตอบกลับ
"อ๋อ...อืม ฉันก็ชอบ" เขาแค่นยิ้มแต่ผมรู้ความหมายในดวงตาของเขานะ แต่กลับไม่มีใครพูดอะไรออกไป
"ชอบมินโฮจัง..." ผมจงใจพูดเสียงดังๆ เอิกเกริกให้คนทั่วรถได้ยินและได้ผลเหมือนผมมองผ่านกระจกด้านหน้าว่าจงฮยอนแอบมองอยู่
"
ใครบอกอะไรก็ฟัง เชื่อไปหมดเลย ตรงดี...ฉันชอบ" ผมแค่นเสียงหนักลงไปอีก
มินโฮหันมามองด้วยแววตาสงสัย
แต่นิ้วเรียวของผมก็ไปหยุดไว้ที่เรียวปากของคนตรงหน้า "ไม่ต้องพูดแล้วล่ะ
นอนกันเถอะ ง่วงจะตายชัก..." หลังจากนั้น
ผมก็พิงไหล่หนาของเขาและแสร้งว่าเหนื่อยอ่อนจริงๆ
“จินกิ!!!”
ผม
เผลอตะโกนออกไปหลังจากที่ได้ยินประโยคนั้น
อีจินกิจงใจทำให้ผมโกรธหนักกว่าเดิม ดวงตาเรียวเล็กเสมองไปทางอื่น
พร้อมกับซบไหล่ของมินโฮให้ผมเห็น จงใจทำทุกอย่าง ผมกำหมัดแน่น
รู้สึกว่าเรื่องของเราคงไม่จบลงง่ายๆแน่
และคืนนี้ก็คงไม่สามารถทำอะไรมากไปกว่านี้ได้อีกแล้ว
จินกิอยากจะเอาชนะอย่างเดียว ไม่คิดถึงอะไรอย่างอื่นนอกจากความพอใจที่จะเห็นผมเป็นบ้าเป็นหลังกับตัวเอง
“โธ่เว้ย!”
ผม
เอามือทุบเบาะข้างหน้าแรงๆด้วยความไม่พอใจ
และก็เป็นคีย์อีกครั้งที่เอื้อมมือมาแตะไว้ให้ใจเย็นลง
มือเย็นๆบนข้อมือเหมือนจะช่วยดับไฟความโกรธลงได้แต่ก็ไม่หมด
ผมยังคงโกรธอยู่ดี
และอีจินกิก็รู้แน่เพราะเมื่อกี้หันมามองและพอผมเงยหน้าขึ้นมองกลับ
อีกฝ่ายก็ทำเป็นหลับตาแล้วซบมินโฮต่อไป
ผมถอนหายใจอีกครั้ง
เห็นทีคืนนี้คงต้องปล่อยเลยตามเลย
ความคิดที่จะพูดกันให้เข้าใจไม่มีอีกต่อไปแล้ว ผมโกรธเกินกว่าจะพูดอะไรอีก
ถ้าขืนยังดันทุรังคุย คงมีแต่ทะเลาะกันแรงกว่าเดิม
ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็เอาไว้พรุ่งนี้ก็แล้วกัน
.
.
.
*
เช้า
อีกวัน ผมย้ายตัวเองมาหากาแฟดื่มทันที่ที่ตื่นขึ้นมา
มองลงไปที่เตียงกลางก็พบว่า คนที่ยังโกรธกันอยู่นอนยังไม่ตื่น
ขดตัวงอเป็นกุ้งอยู่ใต้ผ้าห่ม ผมเปิดตู้เก็บของ
ดึงกาแฟสำเร็จรูปออกมาฉีกซองแล้วเทลงในแก้วกาแฟ
กดน้ำร้อนแล้วใช้ช้อนคนจนเครื่องดื่มสีน้ำตาลดำควันฉุยพร้อมดื่ม
เมื่อ
คืนพอกลับถึงหอเราก็ต่างคนต่างแยกกันไปนอน จินกิไม่มองหน้า
หรืออีกนัยนึงก็คงแอบมองเวลาที่อยู่กับมินโฮว่าผมจะคอยมองอยู่รึเปล่า
จนสุดท้ายพอเห็นผมไม่ตอบโต้อะไรไปอีก เจ้าตัวถึงได้เข้าไปนอนก่อนใครเพื่อน
ความ
โกรธจากเมื่อคืนมาถึงตอนนี้ก็ดูเหมือนจะเบาบางลง
มันจริงอย่างที่ใครๆพูดกันว่าเวลาจะช่วยทำให้อารมณ์ขุ่นเคืองเบาบางลงได้
และมันก็จริงที่สุด
มัน
อาจจะสายไปสำหรับลีดเดอร์ของวงอย่างผมที่จะตื่นสายได้
หันไปมองด้านข้างก็พบว่ามินโฮไม่อยู่ สงสัยของถูกเรียกตัวกระทันหัน
ส่วนอีกฟากคือเตียงว่างเปล่ารอแทมินมาใช้ต่อเพราะสองสามวันนี้ต้องพักรักษา
ตัวที่บ้าน ผมถอนหายใจ...
เห็นแค่ผ้าห่มผืนสีเขียวของจงฮยอนที่หล่นลงมาจากเตียง
ตอนนี้เขาก็คงตื่นรึไม่ก็ไปทำอะไรอยู่ที่ไหนสักที่
"วันนี้ตื่นสาย
นะ..." เสียงคุณแม่ของวงดังขึ้นข้างบนเตียง
คีย์กำลังนั่งอยู่แล้วยิ้มแห้งๆมาให้
"เมื่อคืนคิดมากจนนอนไม่หลับเลยเหรอ... ไม่ดีนะพี่
ร่างกายจะทรุดลงเอาอีกได้ ทำไมเป็นลีดเดอร์ถึงไม่ระวังตัวล่ะ"
คีย์ยังคงบ่นตามฉบับที่เจ้าตัวเคยพูดบ่อยๆ...เขายังคงเป็นคนเดิม
"
ไม่...ไม่โกรธชั้นเหรอ?" ผมตัดสินใจถามกลับไป
เพราะท่าทีตั้งแต่ที่ผมกับจงฮยอนทะเลาะกัน ก็จะมีคีย์เข้าไปเอี่ยวด้วยตลอด
ผมนิสัยแย่จริงๆ ทำท่าทีกับน้องแบบนั้นได้ยังไงกันนะ?
"หือ?
ทำไมต้องโกรธล่ะ" เขาเอียงคอมองเล็กน้อยแล้วเดินลงจากเตียงชั้นสองมา
"เลิกคิดมากได้แล้วน่า
ไปกินข้าวกันเถอะ...พี่ชเวจินคงซื้ออะไรเตียมให้แล้ว"
คีย์เดินนำออก
ไป จับลูกบิดประตูแล้วหันมายิ้มน้อยๆ ผมแค่ยิ้มกลับ
รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก...คีย์ไม่โกรธ ทุกคนอย่างเป็นแบบเดิม
จะมีก็แต่เขากับจงฮยอนที่เปลี่ยนไป...
ผมลุกขึ้นจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตา
พอส่องกระจกล่ะก็แทบจะผละหนี ใบหน้าผมมันแย่ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน...
ตาบวมแดง ริมฝีปากช้ำจนห้อเลือด
แถมแก้มยังไร้สีแดงระเรื่อคอยแต่งแต้มเหมือนทุกทีที่มีเลือดฝาด
ผม
เดินออกจากห้องน้ำและไม่ได้คิดอะไร...
หวังไว้แล้วว่าวันนี้จงฮยอนอาจจะทนดูหน้าแล้วดูพฤติกรรมของผมไม่ได้บ้านถึง
ได้เงียบขนาดนี้ แต่วันนี้เราไม่มีตารางงานนี่นา...
เดินออกมาตรงหน้านั่งเล่นก็ไม่เจอ เหลือจะที่เดียวก็ห้องครัว
"
คีย์...มีอะไรกินรึเปล่านะ"
ผมเดินไปและกำลังจะปัดปอยผมที่ปกปิดใบหน้าของตัวเอง
จับมันไปด้านหลังแล้วทัดลงที่ใบหูของตัวเอง
ใบหน้าก้มต่ำมองลงพื้นก่อนขาตัวเองจะมาหยุดอยู่ที่ประตูห้องครัว
ทันที
ที่ได้ยินเสียงฝีเท้าและเสียงพึมพำของใครบางคนดังมาจากข้างหลังผมก็รู้ทันที
ว่าเป็นใคร
มือที่ถือแก้วกาแฟอยู่จับมันแน่นขึ้นเล็กน้อยแล้วก็หันหน้าไปทางนั้น
อีจินกิยืนนิ่งอยู่ตรงโต๊ะอาหาร ไม่รู้ว่าจะยังโกรธอยู่หรือเปล่า
แต่ว่าอีกฝ่ายก็ไม่มีท่าทีว่าจะโมโหใส่หรืออะไรอีก
“อรุณสวัสดิ์”
ผมถึงได้ลองทักออกไป มันคงจะดีกว่าทำเป็นมึนตึงใส่กันเหมือนเมื่อคืนนี้ และจินกิก็สะดุ้งน้อยๆ ก่อนจะอ้อมแอ้มตอบกลับมา
"
อ...อืม อรุณสวัสดิ์" ผมไม่รู้หรอกว่าเป็นจงฮยอนที่อยู่ในครัว
มือหนานั้นถือแก้วอยู่ ไม่รู้ว่าเขาดื่มอะไรแต่กลิ่นหอมหน่อยๆ
เหมือนจะคล้ายกาแฟหรือไม่ก็ชาสักอย่าง
ใจของผมกลับมาเต้นระส่ำอีกครั้งทันทีที่เขาจ้องมองใบหน้า
จงฮยอนลดระดับแก้วในมือแล้ววางลงกับโต๊ะ
ถึงอย่างนั้นเราทั้งคู่ก็ยังคงเงียบแล้วก็ยื่นนิ่ง... ผมก้มต่ำลงมองพื้น
*
แต่พอนึกเรื่องที่คีย์กับมินโฮถามได้ก็ได้สติเสียก่อน...ทำแบบนี้แล้วจะดี
ขึ้นเหรอ? ไม่ใช่หรอก ไม่ดีสักนิดเดยว เจ็บเจียนจะตายอยู่แล้ว
ทะเลาะกันเพราะเรื่องนี้น่ะ แค่เราไม่ใส่ใจซะอย่างก็พอ
ผมตัดสินใจเดินเข้าไปหาเขาอย่างเก้ๆกังๆ สมองของผมสั่งให้มันเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา "...ขอโทษนะ"
"
ที่...งี่เง่า"
ผมลองวางใบหน้าลงบนไหล่หนาและแน่นอนว่าทุกอย่างกลับมาเป็นแบบเดิม
เขาโอบอดผมไว้ผมกับปลายจมูกที่ฝังลงบนกลุ่มเส้นผมของผมเอง
และเอื้อมมือไปจับชายเสื้อของเขาแล้วทิ้งร่างไว้ในอ้อมกอดนั้น "ขอโทษจริงๆ
ผม
ตกใจนิดหน่อย วันนี้จินกิเป็นเด็กดีกว่าทุกวัน
ปกติที่ทะเลาะกันจินกิไม่เคยขอโทษก่อนและที่สำคัญ เร็วขนาดนี้
แต่ถึงอย่างนั้น แค่ได้ยินคำว่าขอโทษ ผมก็โกรธไม่ลง
จริงๆก็เลิกโกรธมาตั้งนานแล้ว เพราะเราน่ะผิดกันทั้งคู่นั่นแหละ
“ขอโทษเหมือนกัน...จินกิไม่โกรธชั้นใช่มั๊ย?”
ผม
กอดตอบคนตรงหน้า จินกิพยักหน้าแล้วถูแก้มเข้ากับแก้มผม
อ้อนนิดอ้อนหน่อยอย่างที่ชอบทำและมันก็ทำให้บรรยากาศในห้องดีขึ้นเป็นร้อย
เท่า
ผมคลายอ้อมกอดลงหลังจากรู้สึกว่าเรากอดกันนานเกินไปจนจินกิเริ่มยุกยิก
ผมหัวเราะช้าๆ
ขยี้ผมสีน้ำตาลที่ไม่เป็นทรงอยู่แล้วเพราะตื่นนอนให้ยุ่งกว่าเดิมด้วยความ
หมั่นเขี้ยว ก่อนจะเผลอหยิกแก้มอีกฝ่ายต่ออีกตามความเคยชิน
"
โอ้ย! ชั้นเจ็บนะฮยอนบ้า!" ผมร้องโอดครวญไปและนั่นก็ทำให้เขายิ้มได้
บรรยากาศแบบเดิมกลับคืนมาแล้วผมก็อดที่จะยิ้มหรือหัวเราะตามเขาไม่ได้เช่น
กัน "ล...แล้ว สรุปแล้ว...ฮยอนกับคีย์ก็..." ผมกำลังจะเอ่ยถาม
ถึงแม้ว่าเราจะกอดกันแล้วหรือยิ้มให้กันแล้ว
แต่นั่นไม่ใช่หลักประกันที่จะทำให้ผมมั่นใจในตัวเขาหรอกนะ
แต่พอจะถามก็ติดตรงที่มันเขินเนี่ยแหละ
"อะ....เอ้อ ไม่มีอะไร ก็แค่...ก็แค่" เลิกลั่กเล็กน้อย
"แค่...อย่าทำว่าสนิทกะคีย์มากนักซี้! เห็นแบบนี้แล้ว ชั้น หึง นะ !" พอพยายามย้ำสามคำหลังมันก็อดไมได้ที่จะซบลงบนบ่ากว้างนั้นอีกรอบ
“จิ
นกิก็เหมือนกันนั่นแหละ...อย่าใกล้มินโฮเกินเหตุได้แล้วนะ...”
ผมแนบริมฝีปากลงที่กลุ่มผมนิ่ม จูบเบาๆที่ขมับพร้อมกับไล่มาถึงข้างแก้ม
“ชั้นก็หึงนะ”
พร้อม
กับประทับจูบเบาๆลงที่ริมฝีปากในตอนแรก และพอจินกิเอื้อมมือมาเกาะบ่าๆไว้
ผมถึงได้ลงแรงเพิ่มขึ้นอีก
สอดปลายลิ้นเข้าไปเกี่ยวกันจนแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียว
บางอารมณ์ คนเรา.... ก็ต้องมีโกรธ มีโมโหเป็นเรื่องธรรมชาติ
บางอารมณ์ คนรักกัน... ก็ต้องมีทะเลาะกันไม่เข้าใจกันเป็นเรื่องธรรมชาติ
แต่ผมกับจินกิน่ะ....
ไม่ทะเลาะกันนานหรอกนะ
THE END
----------------
JHZ TALK:
เป็นฟิคร่วมสร้างกับคุณแตง ที่มีเหตุเกิดมาจากไลฟ์วันนี้ ชายนี่เหวี่ยงมาก!!!!!!
มันเกิดอะไรขึ้นกับสังคมคะพระเจ้า อีจินกิใส่แรงสุดๆ จงฮยอนนี่แบบ - - * ถึงกับคีย์ต้องแตะบ่า
มันเกิดอะร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
จริงๆมันมีหลายความน่าจะเป็นและการสันนิษฐาน 555555
แต่เราชอบการสันนิษฐานอันนี้ของเราาา
มันเริ่ดหาที่ใดเปรียบ 55555
CHAANTH TALK:
ขอเปลี่ยนทอลคเนื่องจากอารมณ์วันนี้และเมื่อวานมันต่างกัน กรี๊ดดดดด
คือเรื่องที่จะโคกันเนี่ย พูดหลายรอบละ ชวนจีฮุนโคหลายที แต่ก็ไม่ได้สักที
แทคีย์ แทอน ก็ไม่เอาซักอย่าง พอมาเห็นไลพ์วันที่ 29 จิ้นเลยค่ะจิ้นนน
อีแตงบอกคุณจีฮุนว่า เห้ย ฮยอนยูมันโกรธกันป้ะวะะะ สรุปแล้วเลยได้โคกันจริงๆ
แต่เป็นฮยอนยูน่ะแหละ - -* ช่วงนี้แต่งฟิคถี่ว่ะ ติดกันเยอะมากกก
แล้วแปลกด้วยนะ แทนอีจินกิว่าชั้นอะะะ ปกติกูแทนฉันนี่หว่า แต่เห็นจีฮุนมันชอบแทนชั้น
ก็เลยลองดูบ้างอะไรบ้าง เห้ย แต่แบบ - - * อีจินกิเหวี่ยงจริงๆว่ะ หรือนอยหลังจากกลับมาจากฟิลิปปินวะ
ฮืออออออออออออออ สงสารเด็กแสงว่ะ คือในที่นี้มินโฮดูเป็นคนเก็บอารมณ์สุดๆแล้วอะ
(หรือว่าหน้ามินโฮเป็นอย่างงั้นอยู่แล้ว...)
ปล.หนูอยากลงกรุงหาเด็กค่ะแมมมมม่
ปล.หนูอยากได้คอมใหม่แล้วค่ะพ่ออออออออ
ปล.แอบอยากดูแหยม คิกคิก
ปล.อาทิตย์หน้าไปลำพูนแหละ! ไปค่าย! ไปห้าคนของรร! ยังไม่เคยไป ว้าย ตื่นเต้น!
